คนแห่เก็บเงินหมื่นกระจายเต็มถนน เชื่อเป็นเงินโปรยทานจากหลวงปู่บุญ


ชาวบ้าน อ.วังน้ำเขียว แห่เก็บเงินที่ตกกระจายอยู่ริมถนน เชื่อเป็นเงินโปรยทานจากหลวงปู่บุญ วัดปอแดง ด้านตำรวจชี้ หากมีผู้เสียหายมาแจ้งเรื่องทำเงินตก ใครเก็บเงินไปอาจเข้าข่ายลักทรัพย์

          วันที่ 23 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า พบชาวบ้านใน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ต่างพากันมาเก็บธนบัตรที่ตกหล่นและปลิวว่อนอยู่ริมถนนสาย 304 (ราชสีมา-กบินทร์บุรี) ขาขึ้น อ.วังน้ำเขียว โดยสามารถเก็บได้รวมกันกว่า 20,000 บาท

         

          จากการสอบถาม นายเค อายุ 21 ปี แรงงานชาวพม่า คนงานของร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างซึ่งตั้งอยู่บริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า ได้เก็บธนบัตรฉบับละ 1,000 บาทได้จำนวน 2 ใบ ขณะกำลังเดินทางมาทำงานเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นอกจากตนแล้วก็ยังมีชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่เก็บได้คนละ 1,000-2,000 บาทเช่นกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง

          ขณะที่ นางวีนัส สนตะคุ อายุ 43 ปี คนงานร้านเดียวกัน ซึ่งเก็บธนบัตร 100 บาทได้ใบเดียว เผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีผู้พบเงินหล่นกระจายอยู่ริมทาง บางคนสามารถเก็บได้เป็นหมื่นแต่ไม่กล้าเผยตัว เพราะกลัวความผิด อย่างไรก็ตามส่วนตัวเชื่อว่าเป็นเงินที่ถูกโปรยทานมาจาก หลวงปู่บุญ วัดปอแดง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากจุดนี้ประมาณ 5 กิโลเมตร

          ด้าน ร.ต.อ. จีรวัฒน์ ประยูรพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.อุดมทรัพย์ เจ้าของท้องที่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดมาแจ้งความแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของเงินดังกล่าว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกับการโปรยทานจากหลวงปู่บุญ ที่เคยทำในลักษณะนี้มาแล้ว อย่างไรก็ดีหากมีผู้เสียหายมาแจ้งความว่าเป็นเจ้าของเงินที่ทำหล่นหาย ผู้ที่เก็บเงินได้ก็อาจจะมีความผิดเข้าข่ายลักทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @TNAMCOT

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

ทหารร้อยเอ็ดซ้อมดิ่งพสุธา เกิดร่มไม่กาง ร่างกระแทกพื้นดับ

ทหารร้อยเอ็ดซ้อมดิ่งพสุธา เกิดร่มไม่กาง ร่างกระแทกพื้นดับ

ทหารร้อยเอ็ดซ้อมดิ่งพสุธา เกิดร่มไม่กาง ร่างกระแทกพื้นดับ

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุบลราชธานีว่า ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่ ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ขณะที่เฮลิคอปเตอร์นำทหารจากกองร้อยทหารลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 7 นายฝึกซ้อมกระโดดร่มดิ่งพสุธา

ปรากฏว่า หนึ่งในทหารที่กระโดดลงมาเกิดอุบัติเหตุร่มไม่กาง และตกลงมาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณข้างถนนติดลำห้วยละเมิด หมู่ 2 ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ถูกนำส่งโรงพยาบาลบุณฑริก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทราบชื่อต่อมา ส.อ.ศักดิ์นรินทร์ ประสีระตา สังกัดกองร้อยทหารลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 จ.ร้อยเอ็ด โดยหลังจากเกิดเหตุ การฝึกซ้อมโดดร่มดิ่งพสุธาดังกล่าวได้ถูกยกเลิกทันที ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าถ่ายภาพทำข่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่โดยเร็ว ขณะที่เพื่อนทหารที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

ขณะที่ ร.ต.ท.วุฒิไกร แดนอิน ร้อยเวร สภ.บุณฑริก กล่าวว่า ได้ส่งศพไปเก็บไว้ที่ รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์

บาทแข็งสุดรอบ 7 เดือน

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทของไทยเปิดตลาดระดับ 34.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นในรอบกว่า 7 เดือน จากปิดตลาดวันก่อนที่ระดับ 35.03-35.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยการแข็งค่าของค่าเงินบาทเป็นไปตามภูมิภาค หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดคงอัตราดอกเบี้ย และส่งสัญญาณลดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยปีนี้เหลือ 2 ครั้ง จากเดิม 4 ครั้ง

“ในช่วงต้นปีมุมมองของนักลงทุนทั่วโลก มองว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปซื้อดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น ส่วนค่าเงินของประเทศอื่นๆอ่อนค่าลง แต่เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง เศรษฐกิจของจีนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงมีแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมาต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่า และเมื่อเฟดส่งสัญญาณลดการปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้มีแรงขายออกมามาก จนค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าทะลุ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะสั้นเชื่อว่าค่าเงินบาทจะไม่แข็งค่าทะลุ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ธนาคารแนะนำให้ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกซื้อประกันความเสี่ยงค่าเงิน เนื่องจากในปีนี้ค่าเงินมีความผันผวนมาก”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด กำหนดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งจากที่คาดว่าจะปรับขึ้น 4 ครั้งในปีนี้ ด้วยเหตุที่บ่งชี้ว่าจะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ท่ามกลางการขยายตัวที่อ่อนแอในต่างประเทศ และตลาดการเงินที่ผันผวนหนัก ขณะเดียวกัน เฟดยังได้ปรับลดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นสำหรับปี 2016-2018 โดยได้ปรับลดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในปีนี้ลง 0.50% สู่ระดับ 0.88% ส่วนในปี 2017 ได้ปรับลดลง 0.50% สู่ระดับ 1.88% ขณะที่ปี 2018 ปรับลดลง 0.38% สู่ระดับ 3.00% ส่วนอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวมีการปรับลดลง 0.25% สู่ระดับ 3.25%.

พบศพคนงานเฝ้าอุปกรณ์ก่อสร้างหน้าผากยุบ อืดกลางคลองเมืองเชียงใหม่

ศพคนงาน

ตร.เชียงใหม่ รุดตรวจสอบศพชายคนงานเฝ้าอุปกรณ์ก่อสร้าง เน่าลอยอืดกลางคลองในแม่ข่า พบกะโหลกบริเวณหน้าผากยุบ ตั้ง 2 ประเด็น เมาล้มหัวฟาดจมน้ำตาย – ถูกฆาตกรรมทิ้งศพลงน้ำอำพรางคดี เตรียมสอบปากคำนายจ้างและญาติ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 มี.ค. 59 ร.ต.ท.นพดล เอกจิตร รอง สว.สส.สภ.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบศพเน่าขึ้นอืดในคลองแม่ข่า ถนนอัษฎางค์ธร ต.ช้างเผือก จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ปรีชา วิมลไชยจิต รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.วชิระ กาญจนวิภาดา ผกก.สภ.ช้างเผือก พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แพทย์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิรวมใจ อปพร.เชียงใหม่ งมศพขึ้นมาบนฝั่ง เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปี ไว้ผมรองทรง สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ มีบาดแผลที่หน้าผากคล้ายถูกของแข็งกะโหลกยุบ ค้นตัวไม่พบหลักฐาน มีเพียงธนบัตรฉบับละ 50 บาท 1 ใบ แพทย์ลงความเห็นว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ต่อมา พล.ต.ต. ปรีชา ร่วมกับสารวัตรสอบสวนเจ้าของท้องที่ ไปตรวจสอบห้องพักคนงานเฝ้าสถานที่ก่อสร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบศพไปเล็กน้อย พบรองเท้าแตะวางอยู่ 1 คู่ ในห้องพักพบอุปกรณ์เครื่องนอน และถ้วยชามภาชนะใส่อาหารที่ไม่ได้ล้าง ไม่พบร่องรอยของการต่อสู้

จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า ผู้ตายมานอนเฝ้าอุปกรณ์ก่อสร้างใกล้กับจุดพบศพ และอยู่ติดกับคลองแม่ข่าเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจเมาสุราพลัดตก ศีรษะกระแทกจมน้ำเสียชีวิต ก่อนที่ศพจะลอยไปติดปากท่อจนขึ้นอืดและมีชาวบ้านมาพบ แต่ทั้งนี้ ไม่ได้ตัดประเด็นถูกฆาตกรรมแล้วนำศพมาทิ้งอำพราง จึงนำศพส่งแพทย์ภาควิชานิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด พร้อมกับจะติดตามนายจ้างและญาติมาสอบสวนเพิ่มเติม.

ที่มา>>>Thairath

แม่เฒ่าฉะเชิงเทรา เฉี่ยวท้ายรถจอดริมทางล้ม ก่อนสิบล้อเหยียบซ้ำดับอนาถ

แม่เฒ่า1

แม่เฒ่าขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนท้ายรถจอดไหล่ทางเสียหลักล้ม ขณะกำลังลุก กลับถูกรถสิบล้อที่ขับตามมาเหยียบซ้ำ กะโหลกแตก เสียชีวิตทันที ส่วนโชเฟอร์ตีนผีหนีตามระเบียบ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 มี.ค. 59 ร.ต.อ.พงษ์พิเชษฐ์ ธนพศุตย์กุล รอง สว.สส.สภ.แสนภูดาษ จ.ฉะเชิงเทราพร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบอุบัติเหตุรถชนมีผู้เสียชีวิต บริเวณหน้าร้านลาบหนองบัวลำภู ถนนสิริโสธร ขาเข้าบางปะกง หมู่ 3 ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ ที่เกิดเหตุพบศพ นางพะยอม สร้อยสนธ์ อายุ 64 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีส้ม-ดำ ทะเบียน รวต 904 กรุงเทพมหานคร สภาพกะโหลกศีรษะแตก ใกล้กันพบรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ ทะเบียน วฐ 8524 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ไหล่ทาง ท้ายรถฝั่งขวามีรอยเฉี่ยวชน นายเสริม ศิริประเสริฐ อายุ 58 ปี เป็นเจ้าของรถ

แม่เฒ่า2จุดเกิดเหตุอยู่ยนถนนสิริโสธร ขาเข้าบางปะกง หมู่ 3 ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา
จากการสอบสวน นายเสริม ให้การว่า ขับรถมาจอดเพื่อแวะทานอาหารที่ร้านดังกล่าว ระหว่างนั้นเห็นรถจักรยานยนต์ของ นางพะยอม ขี่มาด้วยความเร็วก่อนจะเฉี่ยวชนท้ายเสียหลักล้ม แต่ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่รถบรรทุกสิบล้อขับตามหลังมา ทำให้ นางพะยอม ถูกล้อรถทับจนเสียชีวิตทันที ส่วนรถบรรทุกสิบล้อหลังเกิดเหตุได้ขับหลบหนีมุ่งหน้าเข้า อ.บางปะกง ไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามหาตัวมาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ลุงเอี่ยม ขอทานใจบุญวัดไร่ขิง ชีวิตตกอับ..คนใกล้ชิดหนีหายยามเงินหมด

ลุงเอี่ยม ขอทานใจบุญวัดไร่ขิง ชีวิตตกอับ..คนใกล้ชิดหนีหายยามเงินหมด

ลุงเอี่ยม ขอทานใจบุญวัดไร่ขิง ชีวิตตกอับ..คนที่ใกล้ชิดหนีหายยามเงินหมด หลังจากที่ลุงเอี่ยมไม่ได้เข้าไปขอทานในวัด เนื่องจากมีคำสั่งห้าม บอกเงินมีพอใช้ไปวัน ๆ แถมตอนนี้ยังป่วยเจ็บท้อง พักอยู่ตามลำพัง ไร้คนเหลียวแล

เป็นขอทานใจบุญที่ใครต่อหลายคนต่างรู้จักกันดี สำหรับ “ลุงเอี่ยม” หรือ นายเอี่ยม คำภิรานนท์  ที่นั่งขอทานอยู่ด้านหลังพระอุโบสถวัดไร่ขิง พระอารามหลวง อ.สามพราน จ.นครปฐม และเมื่อถึงงานซื้อดอกบัวถวายพ่อวัดไร่ขิง ลุงเอี่ยมก็ได้บริจาคเงินให้กับวัดปีละ 1-2 ล้านบาท เพื่อบูรณะซ่อมแซมวัดที่ทรุดโทรม และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ลุงเอี่ยมได้กลายเป็นตำนานของวัดไร่ขิงไปแล้ว

แต่ล่าสุดวันที่ 13 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปวัดไร่ขิง ก็ทราบว่า ปัจจุบันลุงเอี่ยมไม่ได้นั่งขอทานที่วัดไร่ขิงประมาณ 1 ปีเศษ ด้วยเหตุผลที่ว่า มีคำสั่งห้ามเรื่องขอทานเข้ามาเรี่ยไรเงินในพื้นที่วัด ทำให้ลุงเอี่ยมต้องออกมานอกวัดและไปอยู่ห้องแถวหลังร้านค้าด้านหน้าวัดอย่างโดดเดี่ยวและเมื่อเดินทางไปตรวจสอบก็พบว่า ลุงเอี่ยมนั่งอยู่บนรถเข็นคนพิการในห้องแถวหลังวัด เป็นห้องว่างเปล่าซึ่งเป็นพื้นที่ของวัดไร่ขิงที่สร้างเพื่อให้ร้านค้าเช่า ส่วนลุงเอี่ยมก็อยู่ในสภาพอิดโรย ซึ่งมี นางมะลิวัลย์ อายุ 56 ปี แม่ค้าขายหมูกระทะที่อยู่ห้างข้าง ๆ เป็นผู้ดูแลซื้อหาอาหารให้

ลุงเอี่ยม ขอทานใจบุญวัดไร่ขิง ชีวิตตกอับ..คนใกล้ชิดหนีหายยามเงินหมด

โดยนางมะลิวัลย์ เล่าว่า ลุงเอี่ยมตอนนี้เงินที่สะสมมาหมดแล้ว เพราะแกเป็นคนชอบช่วยเหลือคน แต่ก่อนมีคนมาหาลุงมากมาย มาขอค่าเทอมส่งลูกเรียน หรือใครที่ครอบครัวยากจน ลุงเอี่ยมก็ช่วยเหลือนับครั้งไม่ถ้วน คนที่ขอความช่วยเหลือมีทั้งดีและไม่ดี สมัยก่อนที่ลุงเอี่ยมอยู่ในวัดก็มีเงินเยอะมากมาย แต่ตอนนี้แค่พอมีกินไปวัน ๆ เท่านั้น ผู้ที่ลุงเอี่ยมเคยช่วยเหลือก็หายหน้าหายตาไปหมด

นางมะลิวัลย์ เล่าต่อว่า เวลาที่ลุงเอี่ยมหิว หรือปลดทุกข์ ก็จะเรียกอุ ๆ อะ ๆ เสียงดัง เมื่อบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ได้ยินก็จะเข้ามาช่วย หากหิวก็จะหาข้าวมาให้ หรือหากต้องการถ่ายทุกข์ก็จะพานั่งรถเข็นข้ามถนนไป แล้วก็พากลับมาที่เดิม ส่วนในห้องเช่าลุงเอี่ยมก็อยู่คนเดียว มีเตียงนอนเล็ก ๆ เตียงเดียว ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าที่นี่ก็สงสารและช่วยลุงเอี่ยมทุกคน ช่วยแปลให้เพราะแกพูดไม่ชัด บางครั้งก็มีคนมาเยี่ยม บางคนก็มอบเงินให้เล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แวะมาดูแลตลอด

ลุงเอี่ยม ขอทานใจบุญวัดไร่ขิง ชีวิตตกอับ..คนใกล้ชิดหนีหายยามเงินหมด

นอกจากนี้ ลุงเอี่ยมก็จะคอยถามว่า มีงานวัดที่ไหนบ้าง แกก็จะให้คนพาไป แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ไปเท่าไร เพราะต้องจ้างทั้งคนและรถ บางครั้งไปงานวัดก็ได้เงินกลับมาน้อยมาก ซึ่งตอนนี้ลุงเอี่ยมลำบากมาก อีกทั้งยังเจ็บท้องบ่อยเลยไม่ค่อยออกไปไหน คนที่เคยใกล้ชิดก็หนีหายกันหมด ปล่อยแกอยู่ตามลำพังในสภาพแบบนี้

ภาพจาก workpointtv.com

เผยภาพแม่อุ้มลูกเข้าห้องสอบปลายภาค กศน. เหตุเพราะไม่มีใครเลี้ยง

เผยภาพแม่อุ้มลูกเข้าห้องสอบปลายภาค กศน. เหตุเพราะไม่มีใครเลี้ยง

แม่อุ้มลูกเข้าห้องสอบปลายภาค กศน.-ด้านครูคุมสอบช่วยเลี้ยง บอกมีมานานและถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีกฎห้ามและเปิดกว้างให้กับนักศึกษาทุกคน

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนชุมชนแหลมงอบ (นิเทศก์อุปถัมป์) อ.แหลมงอบ จ.ตราด ได้มีการสอบปลายภาคของนักศึกษานอกระบบระดับชั้นมัธยมปลาย ซึ่งมีจำนวน 4 ห้องเรียน โดยแต่ละห้องมีนักศึกษาประมาณ 30-40 คน ซึ่งมีนักศึกษาหลายคนได้อุ้มลูกเข้ามาสอบในห้องเรียนด้วย บ้างก็ให้ลูกนั่งอยู่ข้าง ๆ บ้างก็ให้ลูกนั่งตัก ขณะเดียวกันบางรายก็ต้องให้นมลูก นอกจากนี้ยังมีครูคุมสอบช่วยนักศึกษาเลี้ยงลูกระหว่างสอบด้วย

อย่างไรก็ดี จากการสอบถาม นางสาวสุนิสา อายุ 24 ปี นักศึกษาที่อุ้มลูกเข้าห้องสอบ เผยว่า ตนมาสอบพร้อมกับลูกชายวัย 4 ปี และที่ต้องมาเรียนที่ กศน. เป็นเพราะช่วงอายุ 13 ปี ต้องลาออกจากโรงเรียนเนื่องจากครอบครัวฐานะยากจน เลยต้องออกมาช่วยแม่รับจ้างแกะปูต้ม และระหว่างนั้นก็มีแฟนและแต่งงานกัน มีลูกด้วยกัน 2 คน โดยสามีตอนนี้เป็นช่างอยู่ที่บริษัทขายเครื่องคอมพิวเตอร์ พอตนมีรายได้พอเลี้ยงตัวเองและลูกได้ จึงกลับมาคิดเรียนต่อ ซึ่งในปีนี้ตนจะจบแล้ว และคิดจะเรียต่อระดับอนุปริญญาด้วย หากจบแล้วจะได้ช่วยสามีทำงาน

นางสาวสุนิสา กล่าวต่อว่า ส่วนที่ต้องนำลูกเข้ามาในห้องสอบด้วย จริง ๆ ตนทำมาหลายปีแล้ว เพราะเวลาสอบไม่มีใครเลี้ยงลูก เนื่องจากสามีหยุดงานเพียงวันอาทิตย์วันเดียว ครูที่คุมสอบก็ไม่ได้ว่าอะไร บางครั้งก็ยังช่วยเลี้ยงอีกด้วย ส่วนเพื่อน ๆ ก็มีบางคนนำลูกเข้าห้องสอบเช่นกัน หากถามความรู้สึกแล้ว ตนไม่อายหรือกลัวอะไร เพราะตนไม่ได้ทำผิดหรือเป็นเด็กไม่ดีที่มีลูกระหว่างเรียน ตนมีเหตุผลเพราะเรื่องปัญหาเรื่องฐานะ แต่ทั้งนี้ก็ไม่เคยยอมแพ้และมุ่งมั่นที่จะเรียนต่อไป ซึ่งต่อไปถ้าเรียนระดับสูงกว่านี้ ค่าใช้จ่ายก็จะแพงขึ้น แต่ก็ต้องต่อสู้เพื่อความรู้ในอนาคต

ขณะที่ นายภักดี พงษ์ไพบูลย์ ประธานควบคุมการสอบที่ กศน. แหลมงอบ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของนักศึกษา กศน. ตราด เพราะเราไม่มีกฎห้ามใด ๆ เนื่องจากเป็นการศึกษานอกระบบที่เปิดกว้างทุกเรื่องอยู่แล้ว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และไม่ใช่มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่ให้นักศึกษานำลูกเข้าห้องสอบได้ บางครั้งผู้คุมสอบก็ช่วยเลี้ยงบ้าง นอกจากนี้ ก็ยังมีเคสที่นักศึกษาประสบอุบัติเหตุ นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทาง กศน. ก็นำข้อสอบไปให้ทำถึงที่ก็มี ถือว่าเป็นการช่วยเหลือนักศึกษาทางหนึ่ง

ส่วนทางด้าน นายจำรัส สุขประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัฌชาสัย จ.ตราด กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าประหลาดใจอะไร เพราะเราถือว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากนักศึกษาบางคนมีลูกมีครอบครัว อาจจะไม่มีใครดูแลในช่วงสอบ การนำลูกมาด้วยก็ไม่มีปัญหา ไม่มีกฎอะไรห้ามไว้

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สำนักข่าวตราด

โฆษก รบ. ยัน เรือระเบิดเป็นอุบัติเหตุ เผย นายกฯ ห่วงผู้บาดเจ็บ

 

โฆษกรัฐบาล ระบุ เหตุเรือระเบิดไม่ใช่วินาศกรรม เผย นายกฯ ห่วงใยผู้บาดเจ็บ กำชับ จนท.ช่วยเหลือดูแล พร้อมย้ำเพิ่มมาตรการตรวจสอบอุปกรณ์ยานพาหนะให้ปลอดภัย หวั่น เหตุซ้ำรอย

วันที่ 5 มี.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง กรณีเรือโดยสารระเบิดบริเวณท่าเรือวัดเทพลีลา ว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้น สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการระเบิดของถังแก๊สเชื้อเพลิงภายในเรือ เนื่องจากก่อนเกิดเหตุ มีควันและกลิ่นแก๊สที่ท้ายเรือบริเวณที่ตั้งถังแก๊ส รวมทั้งตรวจสอบไม่พบสะเก็ดระเบิด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงต่อไป โดยยืนยันว่า ไม่ใช่การก่อวินาศกรรมจากผู้ไม่ประสงค์ดีแต่อย่างใด

“ขณะนี้ ทางกระทรวงคมนาคม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและหลักฐานต่างๆ แล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บราว 50 ราย ผู้บริหาร ของกระทรวงคมนาคม ได้ไปติดตามเยี่ยมอาการตามโรงพยาบาลต่างๆ แล้ว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้กำชับให้หน่วยงานที่กำกับดูแลงานด้านการขนส่งสาธารณะ ทั้งรถโดยสาร เรือ รถไฟ เครื่องบิน มีมาตรการเพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับความปลอดภัยของอุปกรณ์ภายในยานพาหนะ โดยตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และไม่เกิดอันตราย ทั้งส่วนที่เป็นของรัฐและเอกชนร่วมบริการ

“ท่านนายกฯ ยังมีความห่วงใยผู้บาดเจ็บ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปดูแลช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกตามภารกิจที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิดต่อไป” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว.

กรธ. ลำบากใจ ปม ‘บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่’ จ้องลากตั้ง ส.ว. 5 ปี ช่วงเปลี่ยนผ่าน

โฆษก กรธ. ชี้ ขอซื้อเวลา เคาะนาทีสุดท้าย ปม ส.ว.ลากตั้ง ช่วงเปลี่ยนผ่าน พร้อมภาวนาให้ผู้มีอำนาจเปลี่ยนใจ รับ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ลั่นกลางอากาศ ทำ กรธ.ลำบากใจ ขอ ปชช.เข้าใจด้วย

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 59 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาปรับแก้ร่างฯ ในหมวดคณะรัฐมนตรี

โดย นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย กรธ.ได้ปรับแก้เนื้อหาใน 7 มาตรา ที่เกี่ยวข้องให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน มีหลักประกัน วิธีคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ตามที่ทุกฝ่ายในสังคมทั้งภาควิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม เสนอแนะแล้ว เช่น ในมาตรา 25 กำหนดอย่างชัดเจนว่า บุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ สามารถนำบทบัญญัติรัฐธรรมนูญยกขึ้นต่อสู้คดีในศาลได้ ส่วนมาตรา 41 ว่าด้วยสิทธิร้องทุกข์ต่อหน่วยงานรัฐ ก็ได้ตัดถ้อยคำว่า ต้องเป็นไปตามขอบเขตแห่งสิทธิ และตามที่กฎหมายบัญญัติทิ้งไป นอกจากนี้ ยังกำหนดรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมด้วยว่า รัฐต้องสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรผู้บริโภค

นอกจากนี้ นายชาติชาย ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สนับสนุนให้มี ส.ว.แต่งตั้ง 5 ปี ช่วงเปลี่ยนผ่าน ตามข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า ที่ประชุม กรธ.ยังไม่ได้หารือในประเด็น ส.ว. ท่านประกาศกลางอากาศออกมา ส่งเสียงมาตามสายก็เท่ากับยืนยันว่าท่านต้องการแบบนี้ แต่ตนเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจเราด้วย กรธ.คงต้องนำประเด็นนี้มาคุยกันในนาทีสุดท้าย คงอาจจะเป็น วันที่ 28 มี.ค.นี้ แต่ตอนนี้ต้องซื้อเวลาคงต้องเงียบไปก่อน เพื่อรับฟังกระแสสังคม และระหว่างนั้นท่านอาจจะเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้ายก็ได้

ทั้งนี้ การร่างรัฐธรรมนูญ คือ การจัดสรรอำนาจอย่างเท่าเทียม บางอย่างต้องเจอกันครึ่งทาง ยืนยันว่า ที่ผ่านมาเราคิดกันมาอย่างรอบคอบแล้ว ก็ต้องยืนไปตามหลักที่คิด บางเรื่องก็อาจผ่อนปรนได้ แต่ก็ต้องคงหลักของเราไว้ด้วย หากอะไรที่ต้องปรับเพื่อสถานการณ์พิเศษสัก 5 ปี ก็อาจจะพอรับได้.

มาแล้วภาพแรกในIG สรยุทธ หลังประกาศยุติ บทบาทพิธีกร!

ยุทธ

หลังเย็นวานนี้ (3 มีนาคม 2559) ‘สรยุทธ สุทัศนะจินดา‘ ออกมาประกาศยุติบทบาทการทำหน้าที่พิธีกรในทุกรายการข่าวของช่อง 3 สืบเนื่องมาจากการถูกพิพากษาคดีทุจริตค่าโฆษณาบริษัทไร่ส้ม ด้วยการโพสต์ภาพลง instagram@ sorrayuth9111 ว่า

ยุทธ1

และมีแฟนข่าวเข้ามาให้กำลังใจมากมายกว่า หนึ่งหมื่นเจ็ดพันกว่าคอมเม้นท์ และมีคนกดถูกใจกว่า เจ็ดหมื่นกว่าไลค์ด้วยกัน และล่าสุดคุณสรยุทธก็ได้ออกมาโพสต์ภาพแรกลง Instagram ส่วนตัวหลังออกมาประกาศยุติบทบาทแล้วเป็นภาพการส่งกำลังใจให้กับ 2 สาว อย่าง กุ๊ก กฤติกา และไบร์ท พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ที่มาทำหน้าที่อ่านข่าวแทน

สรยุทธ์

พร้อมแคปชั่นว่า